7 เรื่องจริงของรากฟันเทียม ที่คนส่วนใหญ่มารู้ทีหลัง
การสูญเสียฟันธรรมชาติไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่เรื่องการบดเคี้ยวหรือความสวยงามเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างกระดูกขากรรไกรและรูปหน้าในระยะยาว ปัจจุบันการใส่รากฟันเทียมได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีการทดแทนฟันที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งเนื่องจากมีความใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงหลายประการที่ผู้ป่วยมักไม่ทราบในช่วงแรกของการปรึกษา ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการวางแผนการรักษาและการดูแลตนเอง
กระบวนการรักษาที่ต้องใช้เวลาและความอดทน คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าการใส่รากฟันเทียมสามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ภายในครั้งเดียว แต่ในความเป็นจริง กระบวนการนี้ต้องอาศัยเวลาเพื่อให้รากฟันเทียมซึ่งทำจากไทเทเนียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้อย่างสมบูรณ์ (Osseointegration) ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพกระดูกเดิมของผู้ป่วยก่อนที่จะสามารถใส่ครอบฟันขั้นสุดท้ายได้
ความสำคัญของปริมาณกระดูกขากรรไกร ความสำเร็จของการใส่รากฟันเทียมขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของกระดูกในบริเวณที่สูญเสียฟันไป หากปล่อยให้ฟันหลุดไปนานเกินไป กระดูกขากรรไกรจะเริ่มฝ่อตัวและละลายลง ทำให้แพทย์จำเป็นต้องทำการปลูกถ่ายกระดูก (Bone Graft) เพิ่มเติมก่อนการฝังรากเทียม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เพิ่มทั้งระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษา
รากฟันเทียมช่วยป้องกันการสูญเสียกระดูกใบหน้า หนึ่งในประโยชน์หลักที่คนมักมารู้ทีหลังคือ รากฟันเทียมเป็นฟันปลอมเพียงชนิดเดียวที่ช่วยรักษาระดับกระดูกขากรรไกรไว้ได้ เนื่องจากการมีรากเทียมฝังอยู่ในกระดูกจะช่วยส่งผ่านแรงบดเคี้ยวลงสู่กระดูก กระตุ้นให้ร่างกายคงมวลกระดูกในบริเวณนั้นไว้ ต่างจากฟันปลอมแบบถอดได้ที่มักเร่งให้กระดูกละลายตัวเร็วยิ่งขึ้น
ความรู้สึกที่แตกต่างจากฟันธรรมชาติเล็กน้อย แม้ว่ารากฟันเทียมจะมีความแข็งแรงสูงและใช้งานได้เหมือนฟันจริง แต่ผู้ป่วยมักจะสังเกตเห็นภายหลังว่าความรู้สึกขณะบดเคี้ยวจะแตกต่างไปบ้าง เนื่องจากรากฟันเทียมไม่มีเอ็นยึดปริทันต์ (Periodontal Ligament) เหมือนฟันธรรมชาติที่คอยทำหน้าที่รับแรงและส่งความรู้สึกไปยังสมอง ทำให้การรับความรู้สึกกดหรือกระแทกจะลดน้อยลงกว่าฟันซี่เดิม
โรคเหงือกยังคงเกิดขึ้นได้กับรากฟันเทียม มีความเข้าใจผิดว่าเมื่อเป็นฟันเทียมแล้วจะไม่มีวันผุ ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่รากฟันเทียมยังคงเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เรียกว่า Peri-implantitis หรือการอักเสบรอบรากเทียม หากละเลยการทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เชื้อแบคทีเรียสามารถทำลายเหงือกและกระดูกที่ยึดรอบรากเทียม จนส่งผลให้รากเทียมโยกและล้มเหลวได้ในที่สุด
ปัจจัยด้านสุขภาพร่างกายส่งผลต่ออัตราความสำเร็จ คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีผลต่ออายุการใช้งานของรากฟันเทียมอย่างมาก โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แผลหายช้าและกระดูกไม่ยึดติดกับรากเทียม รวมถึงผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวาน จะมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะปฏิเสธรากเทียมสูงกว่าปกติ
ความคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบในระยะยาว แม้ราคาเริ่มต้นของการใส่รากฟันเทียมจะสูงกว่าการทำสะพานฟันหรือฟันปลอมทั่วไป แต่ในระยะยาวรากฟันเทียมถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่า เนื่องจากความทนทานที่สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหากดูแลอย่างเหมาะสม และไม่ต้องมีการกรอแต่งฟันซี่ข้างเคียงที่ยังแข็งแรงอยู่เพื่อใช้เป็นหลักยึดเหมือนการทำสะพานฟัน
การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงทั้ง 7 ประการนี้จะช่วยให้ผู้ที่สูญเสียฟันสามารถเตรียมตัวและตั้งความคาดหวังต่อการรักษาได้อย่างเหมาะสม การปรึกษาทันตแพทย์เฉพาะทางด้านรากฟันเทียมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการมีรอยยิ้มที่แข็งแรงยั่งยืน
